ปัญหาที่พบเกือบทุกโรงพยาบาลคือ ยอดครุภัณฑ์ในทะเบียนของงานพัสดุ กับยอดสินทรัพย์ในงบการเงินของงานบัญชี ไม่ตรงกัน สาเหตุมักไม่ใช่การคำนวณผิด แต่เป็นเพราะสองฝ่ายบันทึกคนละเวลาและคนละเกณฑ์

วิธีคิดแบบเส้นตรง

วิธีที่ใช้กันทั่วไปในหน่วยงานภาครัฐคือวิธีเส้นตรง ค่าเสื่อมราคาต่อปีเท่ากับราคาทุนหักมูลค่าคงเหลือ หารด้วยอายุการใช้งาน โดยเริ่มคิดตั้งแต่วันที่พร้อมใช้งาน ไม่ใช่วันที่จัดซื้อ

ตัวอย่างครุภัณฑ์ราคา 240,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี มูลค่าคงเหลือ 1 บาท
ปีที่ค่าเสื่อมราคาในปี (บาท)ค่าเสื่อมสะสม (บาท)มูลค่าตามบัญชี (บาท)
147,999.8047,999.80192,000.20
247,999.8095,999.60144,000.40
347,999.80143,999.4096,000.60
447,999.80191,999.2048,000.80
547,999.80239,999.001.00

จุดที่ตัวเลขสองฝ่ายมักไม่ตรงกัน

  • ครุภัณฑ์ที่ซื้อปลายปีงบประมาณ ฝ่ายหนึ่งคิดค่าเสื่อมเต็มปี อีกฝ่ายคิดตามสัดส่วนเดือน
  • ค่าติดตั้งและค่าขนส่ง ฝ่ายหนึ่งรวมเป็นราคาทุน อีกฝ่ายบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย
  • ครุภัณฑ์ที่ได้รับบริจาค ไม่ได้ตีราคาเข้าทะเบียน
  • ครุภัณฑ์ที่จำหน่ายแล้ว ยังไม่ได้ตัดออกจากทะเบียนอีกฝ่าย
  • การโอนย้ายระหว่างหน่วยงาน บันทึกเพียงฝ่ายเดียว

ทำให้ตรงกันด้วยการกระทบยอดปีละครั้ง

  1. ดึงยอดรวมราคาทุนและค่าเสื่อมสะสมจากทะเบียนครุภัณฑ์ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
  2. ดึงยอดสินทรัพย์และค่าเสื่อมสะสมจากงบการเงิน ณ วันเดียวกัน
  3. เทียบผลต่างและแยกสาเหตุตามรายการ ไม่ใช่ปรับยอดรวมให้เท่ากัน
  4. บันทึกรายการปรับปรุงพร้อมเหตุผลไว้เป็นหลักฐาน
  5. แก้ที่ต้นเหตุ เช่น กำหนดว่าค่าติดตั้งให้รวมเป็นราคาทุนเสมอ

เช็กลิสต์ปิดทะเบียนครุภัณฑ์ประจำปี

  • ครุภัณฑ์ทุกรายการมีวันที่พร้อมใช้งานบันทึกไว้
  • อายุการใช้งานกำหนดตามประเภทครุภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ
  • ครุภัณฑ์รับบริจาคถูกตีราคาและบันทึกเข้าทะเบียนแล้ว
  • รายการที่จำหน่ายหรือชำรุดถูกตัดออกทั้งสองระบบ
  • ผลการตรวจนับประจำปีถูกบันทึกและอธิบายผลต่างครบ
  • ยอดค่าเสื่อมสะสมในทะเบียนตรงกับงบการเงิน